เจอร์เก้น คล็อปป์ กับอาถรรพ์ 7 ปี

By | 21 กันยายน 2022

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับอาถรรพ์ 7 ปี

คุณเคยได้ยินเรื่องอาถรรพ์ 7 ปี มีอันต้องเลิกรา หรือที่พากย์ภาษาอังกฤษว่า 7 year itch กันหรือเปล่าครับ
คือหลังจากที่รักกัน ชอบกัน คบหากัน หรือตะบันชีวิตคู่ร่วมกันมาเป็นเวลาถึง 7 ปีเมื่อไหร่ มันมักจะเกิดอาการจืดจางจนนำมาซึ่งการแยกย้ายแบบทางใครก็ทางมัน โดยมีสถิติของคู่แต่งงานที่หย่าร้างกันสูงถึง 50% เลยทีเดียว

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับอาถรรพ์ 7 ปี

และด้วยโทษฐานที่ ลิเวอร์พูล และฤดูกาลนี้ออกตัวจากจุดสตาร์ทบนความกระท่อนกระแท่น ไม่ค่อยร้อนแรงและกะซวกไส้สักเท่าไหร่จึงมีการกล่าวถึงอาถรรพ์ปีที่ 7 แห่งการคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งมันเคยบังเกิดขึ้นมาแล้วถึง 2 ครั้ง
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…

สมัยที่คุณพี่เขาเริ่มต้นอาชีพโค้ชลูกหนังกับ ไมนซ์ 05 ในศึก

บุนเดสลีกา 2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2001
ซีซั่นแรกในฐานะกุนซือมือใหม่ที่รับงานกลางคัน มิสเตอร์เจเคในวัยหนุ่มใหญ่ช่วยให้ทีมประคองตัวจนจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 14 ของตาราง

ฤดูกาลต่อมา 2001-02 คือฤดูกาลแรกที่กุนซือระดับดารารุ่งผู้นี้คุมทีมเต็มตัวตั้งแต่เริ่มต้น
เจอร์เก้น คล็อปป์ กระชาก ไมนซ์ ขึ้นสูงถึงอันดับที่ 4 ของตาราง แม้ว่าจะยังเลื่อนชั้นขึ้นมาบนบุนเดสลีกา ไม่สำเร็จ แต่นำรูปแบบการเล่นอันน่าตื่นตาตื่นใจมาติดตั้งให้ลูกทีม

รูปแบบการเล่นที่พากย์ภาษาอังกฤษว่า “เคาน์เตอร์ เพรสซิ่ง”

ฤดูกาล 2002-03 ไมนซ์ พุ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 อีกครั้ง อกหักอดเลื่อนชั้นขึ้นลีกสูงสุดของเยอรมันอย่างน่าเจ็บใจเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน

หลังผิดหวังมา 2 ฤดูกาลติดต่อกัน

ในที่สุดความพยายามของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2003-04 เมื่อ ไมนซ์ ได้อันดับที่ 3 ของตารางพลางทะยานขึ้นมาบนบุนเดสลีกาได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

แม้ว่าจะเป็นเพียงทีมเล็กๆ ระดับหมู่บ้านที่ไม่มีเงินถุงเงินถัง แถมสังเวียนแข้งของพวกเขายังมีขนาดเล็กที่สุดในบุนเดสลีกาอีกต่างหาก ทว่าไม่เพียงแต่จะเอาตัวรอดได้ยังจบด้วยอันดับที่ 11 ของตารางในฤดูกาล 2004-05

ฤดูกาล 2005-06 ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จบด้วยอันดับที่ 11 อีกครั้ง

กระทั่งฤดูกาล 2006-07 ไมนซ์ ก็ “หมดอายุ” ในเวทีบุนเดสลีกา เมื่อโดนถีบตกชั้นกลับไปในบุนเดสลีกา 2 เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม

กุนซือกะโปกเหล็ก เอ๊ย! หูเหล็กผู้นี้เลือกที่จะสู้อยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาล 2007-08

เสียแต่ว่าผลงานกลับไม่ค่อยโสภาอย่างที่หวังเอาไว้

ต่อเมื่อเขาเอาทีมเก่าของตัวเองสมัยเป็นผู้เล่นกลับขึ้นมาบนบุนเดสลีกาไม่สำเร็จ

มันก็ถึงเวลาที่ต้องแยกทางกัน

จบฤดูกาล ‘เจเค’ ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งทันที รวมเวลาที่คุมทีมในช่วงแรกของการดำเนินอาชีพคือ 7 ปีกับอีก 4 เดือน
วันที่ 1 กรกฎาคม 2008

เจอร์เก้น คล็อปป์ เริ่มงานใหม่ในฐานะเทรนเนอร์ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

และหลังจากนั้นคือการประกาศศักดาว่าข้าคือหนึ่งในกุนซือระดับอ๋องของโลกและดาวอังคารแบบเต็มตัว

เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้เวลาสร้างทีมไม่นานนักก็สามารถนำพลพรรคเสือเหลืองโค่นอำนาจขาใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ บุนเดสลีกา ในฤดูกาล 2010-11 ตามมาด้วยการป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 2011-12 ที่คว้า เดเอฟเบ โพคาล ได้อีกด้วย

ก่อนจะทะยานถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2013

ไม่เพียงแต่ผลงานของ ดอร์ทมุนด์ จะไฉไลเป็นบ้า คุณพี่เขายังปลุกเสกลูกทีมหลายคนให้โด่งดังในโลกลูกหนังอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, มาริโอ เกิตเซ่, มาร์โก รอยช์, มัตต์ ฮุมเมิ่ลส์, อิลคาย กุนโดกัน, ชินจิ คางาวะ และอื่นๆ อีกหลายหน่อ

หลังจากเข้าชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2012-13

ผลงานของ “เสือเหลือง” ก็เข้าสู่ช่วงทรงๆ ทรุดๆ ขณะดาวดังที่สร้างมากับมือก็ถูกทีมระดับพญายักษ์ เฉพาะอย่างยิ่ง บาเยิร์น มิวนิค ดูดไปทีละคน 2 คน

ฤดูกาล 2013-14 ดอร์ทมุนด์ เข้าป้ายในตำแหน่งรองแชมป์ แต่ตามหลังแชมป์อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ถึง 19 แต้ม

แม้จะเริ่มต้นฤดูกาล 2014-15 ด้วยการคว้าแชมป์ ซูเปอร์คัพ ของเยอรมันได้สำเร็จก็จริง แต่ฟอร์มการเล่นและผลงานของ “เสือเหลือง” ก็เริ่มตกต่ำดำดิ่งลงไปในอเวจีปอยเป็ตสี่แสนล้านภพ สี่แสนล้านชาติ !!!

10 นัดแรกของฤดูกาล ลูกทีมของ “เจเค” เสียหลักพุ่งชนความปราชัยถึง 6 นัด จนร่วงหล่นลงไปอยู่ท้ายตาราง ก่อนจะกระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ชะรอยว่าถึงจุดอิ่มตัว หลังคบหากันมานานจนถึงฤดูกาลที่ 7 อีกแล้วครับท่าน

เดือนเมษายน 2015 เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งแบบล่วงหน้า หลังจบฤดูกาลพลางยืนยันว่าไม่ได้รับการติดต่อจากสโมสรอื่น

“ผมคิดจริงๆ ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะสโมสรแห่งนี้สมควรได้โค้ชที่เหมาะสมกว่านี้ 100%”